25 เมษา สี่ทุ่ม ดีใจมากๆ ที่ได้ฟัง พระบรมราโชวาท

วันที่ 25 เมษายน 2549
ในหลวง ได้ให้กระแสรับสั่ง โอวาท ต่อ เจ้าหน้าที่ ผู้พิพากษาศาลปกครองสูงสุดและคณะ
และอีกรอบกับ เจ้าหน้าที่ ผู้พิพากษาศาลฎีกา
 
 
ข้อความจากข่าวเว็บเนชั่น
ในหลวงรับสั่ง ขอนายกฯ พระราชทานไม่ใช่ประชาธิปไตย
 
 
21:50 น. 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ประธานศาลฎีกา นำผู้พิพากษาประจำศาล สำนักงานศาลยุติธรรม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่ จากที่ก่อนหน้านี้พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด นำตุลาการศาลปกครองสูงสุด เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว โดยทรงมีพระบรมราโชวาสกับคณะผู้พิพาษา ตอนหนึ่งว่า

"ปฏิบัติหน้าที่ผู้พิพากษาศาลฎีกา เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ร่วมกับฝ่ายศาลปกครองที่จะไปปรึกษากับท่าน เพราะว่าสำคัญที่ผู้พิพากษาทุกฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายที่เป็นผู้พิพากษาในศาลฎีกา ประธานศาลฎีกาในปัจจุบันนี้มีปัญหาด้านกฎหมายที่สำคัญ คือว่าถ้าไม่ได้ปฏิบัติตามที่ท่านได้ปฏิญาณว่าจะทำให้ประเทศชาติปกครองได้โดยแบบประชาธิปไตย คือเวลานี้มีการเลือกตั้งเพื่อให้มีการปกครองแบบประชาธิปไตยนั่นเอง แต่ถ้าไม่มีสภาที่ครบถ้วน ก็ไม่ใช่การปกครองแบบประชาธิปไตย ฉะนั้นก็ขอไปปรึกษากับผู้ที่มีหน้าที่ในศาลปกครอง แต่ก่อนมีอย่างเดียวมีศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ ศาลอาญา เดี๋ยวนี้มีศาลหลายอย่าง เมื่อมีก็ต้องไปดำเนินการก็ขอให้ไปปรึกษากับศาลอื่นๆ ด้วย จะทำให้บ้านเมืองปกครองแบบประชาธิปไตยได้ อย่าไปคอยที่จะให้ขอนายกพระราชทาน เพราะขอนายกพระราชทานไม่ได้เป็นการปกครองแบบประชาธิปไตย

ข้าพเจ้ามีความเดือดร้อนมาก ที่เอะอะอะไรก็ขอพระราชทานนายกพระราชทาน ซึ่งไม่ใช่การปกครองประชาธิปไตยกลับไปอ่านมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญเป็นการอ้างที่ผิด อ้างไม่ได้ มาตรา 7 มี 2 บรรทัดว่า อะไรที่ไม่มีในรัฐธรรมนูญ ก็ให้ปฏิบัติตามประเพณีตามที่เคยทำมา ไม่มี เขาอยากจะได้นายกพระราชทานเป็นต้น จะขอนายกพระราชทานไม่ใช่เรื่องการปกครองแบบประชาธิปไตย เป็นการปกครองแบบ ขอโทษ แบบมั่ว แบบไม่มีเหตุมีผล สำคัญอยู่ที่ท่านที่เป็นผู้พิพากษาศาลฎีกา มีสมองที่แจ่มใส สามารถกลับไปคิดวิธีที่จะปฏิบัติคือปกครองต้องมีสภา สภาที่ครบถ้วน ถ้าไม่ครบถ้วนก็ว่าไม่ได้ แต่อาจจะต้องหาวิธีที่ตั้งสภาที่ไม่ครบถ้วน แบบตำนานได้ แต่ก็มั่ว ขอโทษอีกทีนะ ใช้คำมั่วไม่ถูก ไม่ทราบใครจะทำมั่ว ปกครองประเทศมั่วไม่ได้ ที่จะคิดแบบว่าทำปัดๆ ไปให้เสร็จ ถ้าทำไม่ได้ก็โยนให้พระมหากษัตริย์ทำ ซึ่งยิ่งร้ายกว่าทำมั่วอีก เพราะพระมหากษัตริย์ไม่มีหน้าที่ที่จะไป ก็เลยต้องมาขอร้องฝ่ายศาลให้คิดและช่วยกันคิด เดี๋ยวนี้ประชาชนทั่วไปหวังในศาล โดยเฉพาะศาลฎีกา ศาลอื่นๆ ก็ยังมองว่าศาลฎีกามีความซื่อสัตย์สุจริต มีเหตุมีผล มีความรู้ เพราะท่านได้เรียนรู้กฎหมายมา พิจารณาเรื่องกฎหมายที่จะต้องศึกษาดีๆ ประเทศจึงจะรอดพ้นได้ ถ้าไม่ทำตามหลักกฎหมาย หลักการปกครองที่ถูกต้อง ประเทศชาติไปไม่รอด อย่างที่เป็นอยู่เดี๋ยวนี้ เพราะว่าไม่มีสมาชิกสภาถึง 500 คน ทำงานไม่ได้ก็ต้องพิจารณาดูว่าจะทำยังไงจะพลิกตำนานได้ จะมาขอให้พระมหากษัตริย์ตัดสิน เขาอาจจะว่ารัฐธรรมนูญพระมหากษัตริย์เป็นคนพระปรมาภิไธยจริง ในหลวงลงพระปรมาภิไธย ก็เดือดร้อน แต่ว่าในมาตรา 7 ไม่ได้บอกว่าพระมหากษัตริย์สั่งได้ ไม่มี ลองไปดูมาตรา 7 เขาเขียนว่าถ้าไม่มีการบัญญัติแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ไม่ได้บอกว่ามีพระมหากษัตริย์สั่งการได้ แล้วก็ขอยืนยันว่าไม่เคยสั่งการอะไรที่ไม่มีกฎเกณฑ์ บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติต่างๆ ทำถูกต้องตามรัฐธรรมนูญทุกอย่าง อย่างที่เขาขอให้มีพระราชทาน นายกพระราชทาน ไม่เคยมี มีนายกแต่รับสนองพระบรมราชโองการอย่างถูกต้องทุกครั้ง มีคนที่เขาอาจจะมาบอกว่าพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 ทำตามใจชอบ ไม่เคยทำอะไรตามใจชอบตั้งแต่เป็นมา รัฐธรรมนูญเป็นมาหลายฉบัยหลายสิบปี ไม่เคยทำอะไรตามใจชอบ ถ้าทำตามใจชอบ ก็เข้าใจว่าบ้านเมืองล่มจมมานานแล้ว แต่ตอนนี้เขาขอให้ทำตามใจชอบเวลาถ้าเขาทำตามที่เขาขอ เขาก็ต้องด่าว่านินทาพระมหากษัตริย์ว่าทำตามใจชอบ ซึ่งไม่ใช่กลัวถ้าต้องทำก็ต้องทำ แต่ว่ามันไม่ต้องทำ อยู่ที่ผู้พิพากษาศาลฎีกาเป็นสำคัญที่จะ ศาลอื่นๆ ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลอะไรไม่มีข้อที่จะอ้างได้มากกว่าศาลฎีกา ผู้พิพากษาศาลฎีกาที่จะมีสิทธิ์ที่จะพูด ที่จะตัดสิน ก็ขอให้ท่านได้กลับไปพิจารณา ไปปรึกษาผู้พิพากษาศาลแผนกอื่นๆ ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ ว่าควรทำอย่างไรไม่ต้องรีบทำ ไม่งั้นบ้านเมืองล่มจม ดูทีวีเบื่อ ไอ้หมื่นตันโดนพายุจมลงไปลึกกว่า 4 พันเมตรทะเล เขายังต้องดูว่าเรือนั้นลงไปได้อย่างไร เมืองไทยจะจมลงไปลึกกว่า 4 พันเมตร กู้ไม่ได้ กู้ไม่ขึ้น ฉะนั้นท่านเองก็เท่ากับจมลงไป ประชาชนทั่วไปที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็จะจมลงไปในมหาสมุทร ตอนนี้เป็นเวลาที่วิกฤตที่สุดในโลก ฉะนั้นท่านต้องมีหน้าที่ปฏิบัติปรึกษากับคนที่มีความรู้

พวกที่เขาเรียกว่ากู้ชาติ เอะอะอะไรก็กู้ชาติ กู้ชาติ กู้ชาติเดี๋ยวนี้ไม่ได้ล่มจม แต่ป้องกันไม่ให้จมลงไป แล้วเราจะต้องกู้ชาติ ประชาชนกู้ชาติไม่ได้ เพราะจมไปแล้ว ดังนั้นต้องไปพิจารณาดูว่าจะทำอะไร ถ้าทำได้ ปรึกษาหารือกันได้ ประชาชนทั้งประเทศ ประชาชนทั่วโลกจะอนุโมทนา อาจจะเห็นว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาในเมืองไทยยังมีน้ำยา เป็นคนที่มีความรู้ ตั้งใจที่จะกู้ชาติจริงๆ ถ้าถึงเวลา

ขอขอบใจท่านที่ตั้งอกตั้งใจที่จะทำหน้าที่ดีๆ อย่างนี้ บ้านเมืองก็รอดพ้น และไม่ต้องกลัว ขอขอบใจที่ท่านพยายามปฏิบัติโดยดี แล้วประชาชนจะอนุโมทนา ขอบใจแทนประชาชนทั่วทั้งประเทศที่มีผู้พิพากษาศาลฎีกาที่เข้มแข็ง ขอบใจ ขอให้ท่านสามารถที่จะปฏิบัติงานมาดี มีพลานามัยแข็งแรงต่อสู้เพื่อความดี ขอบใจผู้ที่ทำให้ประเทศ"

 

———————–

 

http://203.154.97.19/citizen_report/breaking/read.php?newsid=153053&lang=T

ในหลวงรับสั่ง ตลก.ศาลปกครองสูงสุดมีหน้าที่ดำรง ปชต. ทำไม่ได้ให้ลาออก

20:52 น. 

วันนี้ เวลา 17.42 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระตำหนักเปี่ยมสุขวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด นำตุลาการศาลปกครองสูงสุด เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่ โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราโชวาทแด่คณะตุลาการศาลปกครองสูงสุด ความตอนหนึ่งว่า

"ก่อนหน้านี้อาจมองหน้าที่ของศาลปกครองมีขอบข่ายไม่กว้างขวาง ความจริงกว้างขวาง แต่เวลานี้ถ้าจะให้พูด ศาลเองมีสิทธิที่จะพูดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่ได้คะแนนไม่ถึงร้อยละ 20 เลือกตั้งอยู่คนเดียว ซึ่งมีความสำคัญ เพราะในที่สุดการเลือกตั้งไม่ครบจำนวน ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับท่านหรือเปล่า ความจริงน่าจะเกี่ยวข้อง เพราะถ้าไม่มีจำนวนผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งพอ การปกครองแบบประชาธิปไตยก็ดำเนินการไม่ได้ แล้วที่ท่านปฏิญานว่าจะทำงานเพื่อประชาธิปไตยก็ทำงานไม่ได้ ท่านก็อาจต้องลาออก โดยไม่ได้แก้ปัญหาที่มี ต้องหาทางแก้ไขให้ได้ อาจไปปรึกษาศาลรัฐธรรมนูญ แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็บอกไม่ใช่เรื่อง บอกว่าเป็นการร่างรัฐธรรมนูญ ร่างเสร็จแล้วไม่เกี่ยวข้อง เลยขอร้องท่านอย่าทอดทิ้งการปกครองแบบประชาธิปไตย การปกครองแบบที่จะทำให้บ้านเมืองดำเนินการไปได้ อีกข้อหนึ่ง ที่บอกมีการยุบสภาแล้วต้องเลือกตั้งภายใน 30 วัน ถูกต้องหรือไม่ ไม่พูดถึง ไม่พูดกันเลย ถ้าไม่พูดก็ต้องแก้ไข ว่าจะให้การเลือกตั้งนี้เป็นโมฆะหรืออะไร ซึ่งท่านมีสิทธิ์จะบอกว่าอะไรที่ควร ไม่ได้ว่ารัฐบาลไม่ดี แต่เท่าที่ฟังดูมันเป็นไปไม่ได้ ว่าการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตย จะมีพรรคเดียวคนเดียว มีคนสมัครเลือกตั้งคนเดียว มันไม่เป็นประชาธิปไตย ท่านต้องดูเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปกครองให้ดี อย่างดีที่สุดที่จะทำได้คือท่านลาออก ท่านเอง ไม่ใช่รัฐบาลลาออก รับหน้าที่ไม่ได้ ที่ปฏิญาณไปทบทวนให้ดี

ฟังวิทยุเมื่อเช้านี้ กรณีนบพิตำ กรณีที่ท่าศาลา นครศรีธรรมราช เพราะฉะนั้นไม่ใช่แค่แห่งเดียวที่จะทำให้บ้านเมืองล่มจม บ้านเมืองไม่สามารถรอดพ้นจากสถานการณ์ ขอให้ท่านไปศึกษาความเกี่ยวข้องว่าท่านเกี่ยวข้องในจุดไหน ถ้าท่านไม่เกี่ยวข้อง ขอให้ท่านลาออกดีกว่า ท่านผู้ที่ได้รับหน้าที่ ท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ เป็นผู้ที่ต้องทำให้บ้านเมืองเราไปได้ มิเช่นนั้นก็ไปปรึกษากับผู้พิพากษาศาลฎีกาที่จะเข้ามาใหม่ ก็มีหลายคนที่มีความรู้ ความซื่อสัตย์สุจริต ภักดีในหน้าที่ ทำให้บ้านเมืองมีขื่อมีแป ฉะนั้นก็ขอฝาก จะขอบใจมาก เรื่องนี้ยุ่ง ถ้าไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีทางจะปกครองแบบประชาธิปไตย ของเรามีสถาบันมากมาย มีสภาหลายแบบ ทุกแบบต้องเข้ากัน ปรองดองกัน ต้องคิดหาทางแก้ไข ที่พูดเรื่องนี้ค่อนข้างจะประหลาดหน่อย ขอร้อง มิฉะนั้นเขาก็บอกมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้หมายถึงพระมหากษัตริย์มีอำนาจทำอะไรตามชอบใจ มาตรา 7 นั้นพูดถึงการปกครองแบบมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่ได้บอกว่าให้กษัตริย์ทำได้ทุกอย่าง ถ้าทำ ก็ถือว่าทำเกินหน้าที่ ถ้าทำเกินหน้าที่ ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย

ที่อ้างถึงเมื่อครั้งก่อนนี้ในรัฐบาล อาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ตอนนั้นไม่ได้มีการทำโดยอำนาจของพระมหากษัตริ์ ตอนนั้นมีสภา สภามีประธานสภา รองประธานสภาทำหน้าที่ แล้วมีนายกฯ ที่สนองพระบรมราชโองการได้ตามรัฐธรรมนูญในขณะนั้น ตอนนั้นก็ไม่ใช่นายกฯ พระราชทาน นายกฯพระราชทาน หมายความว่าตั้งนายกฯ โดยไม่มีกฏเกณฑ์อะไรเลย ตอนนั้นมีกฎเกณฑ์ เมื่อครั้ง อ.สัญญา ได้รับแต่งตั้งงเป็นนายกฯ เป็นนายกฯ ที่มีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ คือรองประธานสภานิติบัญญัติ เพราะงั้นไปทบทวนประวัติศาสตร์มาใหม่ ท่านเป็นผู้ใหญ่ท่านก็ทราบว่ามีกฎเกณฑ์ที่รองรับ แล้วงานอื่นๆ ก็มี แม้จะที่เรียกว่าสภาสนามม้า ก็หัวเราะกัน แต่ไม่ผิดกฎหมาย เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับสนองฯ ก็สบายใจว่าทำอะไรที่ถูกต้องตามครรลองของรัฐะรรมนูญ แต่ครั้งนี้เขาจะให้ทำอะไรที่ผิดรัฐธรรมนูญ ใครเป็นคนบอกก็ไม่ทราบว่านะ แต่ข้าพเจ้าเองรู้สึกว่าผิด ฉะนั้นก็ขอให้ช่วยปฏิบัติอะไร คิดอะไร ไม่ให้ผิดกฎเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญ จะทำให้บ้านเมืองผ่านพ้นอุปสรรค และมีความเจริญรุ่งเรืองได้"

 

 

—————————

รายละเอียดทั้งหมดอ่านได้ที่ http://www.nationchannel.com/

 

ดีใจที่ทันฟังจากรายการวิทยุ และทีวี

หวังว่าทุกอย่างจากนี้ไป คงสงบ ดำเนินการตามกฏหมาย ทำตามประชาธิปไตยกันต่อไป

 

ข้อความที่น่าจะถูกต้องทั้งหมด ควรเข้าไปอ่านที่ "เครือข่ายกาญจนาภิเษก"

http://kanchanapisek.or.th/speeches/2006/0425-01.th.html

http://kanchanapisek.or.th/speeches/2006/0425-02.th.html

1 ความเห็น (+add yours?)

  1. Ken
    พ.ค. 09, 2006 @ 00:23:45

    จะได้เลือกตั้งใหม่แล้วสินะ

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Enter your email address to subscribe to this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 49 other followers

Pages

http://www.panoramio.com/userfeed/738518.rss

รูปภาพเพิ่มเติม
%d bloggers like this: