ครั้งหนึ่งที่เคยไป พระราชวังแวร์ซายส์ (Chateau de Versailles)


เมื่อ 6 พฤศจิกายน 2550 ไปเที่ยวชมพระราชวังแวร์ซายส์ ปารีส ฝรั่งเศส สถานที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหรา ฟุ่มเฟือย ของชนชั้นสูง, ที่มาของคำว่า การตกแต่ง “สไตล์หลุยส์” หลายคนคงจะนึกถึง พระนางมารี อ็องตัวเน็ตต์, การ์ตูน กุหลาบแวร์ซายส์, ออสการ์ จาร์เจย์, การปฏิวัติฝรั่งเศส, สนธิสัญญาแวร์ซายส์ ฯลฯ

พระราชวัง ปิดวันจันทร์ เปิดตั้งแต่เวลา 09.00 น. และปิดราว 17.30-18.30 ขึ้นอยู่กับฤดูกาล
ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ปิดเร็วกว่าฤดูอื่น เป็นสถานที่ที่มีกรุ๊ปทัวร์ ให้ความสนใจมาลงกันเยอะมาก โดยเฉพาะชาวเอเชีย แนะนำให้มาแต่เช้าจะดีกว่า

พระราชวังแวร์ซายส์ สามารถเดินเที่ยวชมเอง ครึ่งวัน แล้วช่วงบ่ายก็ไปเที่ยวที่อื่น
การเดินทาง ไปยังจุดหมายด้วย รถไฟ แอร์เออแอร์ (RER) สาย C5 ค่าตั๋วรถไฟ 2.80 ยูโร ต่อเที่ยว (ราคาเมื่อ ปลายปี 2007)

รถไฟ RER มีลักษณะเป็นสองชั้น สภาพเก่าหน่อย
(ขบวนรถเป็นที่นั่งชั้นสองทั้งหมด)
นั่งไปสุดสายที่ สถานี แวร์ซายส์-คริฟ โกอ์ช Versailles-Rive Gauche (โซน 4)

เดินทางโดยรถไฟใต้ดิน (เมโทร) ในปารีส เป็นพาหนะหลัก ไปถึงทุกจุดที่ต้องการ มีเส้นทางเยอะแยะมากมาย รถไฟหลายสายน่าสนุกตื่นเต้นในการเดินมุดไปเส้นทางนั้น ต่อสถานีนี้ และไม่แพง มีตั๋วหลายแบบให้เลือกซื้อ ทั้งแบบตั๋วเที่ยวเดียว ตั๋วเหมาวัน, เหมาสัปดาห์ ฯลฯ

ผมพักโรงแรมโฮสเทล Mije อยู่กลางเมือง ใกล้ นอตเตอร์ดาม บริเวณ สถานี แซ็งปอล St. Paul (หรือ เซ้นท์พอล) เริ่มออกจากที่พัก 8.30 น. จากสถานี St. Paul นั่งรถไฟใต้ดิน (เมโทร) ไปลงสถานี ค็องคอร์ด Concorde แล้วเปลี่ยนสายไปลงที่สถานี อ็องวาลิเดส์ Invalides เพื่อต่อรถไฟ RER สาย C5 ดังกล่าวข้างต้น
(หากใครเดินทางระหว่างประเทศ ระหว่างเมือง ด้วยรถไฟ Eurail สามารถติดต่อขอตั๋วรถไฟ RER สายนี้ได้ฟรี ทั้งไป และกลับ)

ไปถึงสถานีปลายทางราว 9.34 น.
สำหรับสถานีที่อยู่เลยจากโซนสอง ก่อนออกจากสถานีจะมีไม้กั้น ให้สอดตั๋วเพื่อผ่านออก
ฉะนั้น ระวังอย่าทิ้งตั๋ว RER
(ถ้าเดินทางภายในโซนสอง มักจะไม่มีไม้กั้นขาออก)

ออกจากสถานี ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามสถานี เลี้ยวขวา (เดินตามกลุ่มนักท่องเที่ยวได้)
ทางซ้ายมือจะผ่าน Centre d’Art Contemporain La Marechalerie

เดินตรงต่อไปอีกหน่อย จะเป็นสี่แยกขนาดใหญ่ เลี้ยวซ้าย ก็จะเห็นรั้ว และพระราชวัง

ประตูทางเข้าหลัก ออกแบบโดย Mansart – ซื้อตั๋วเข้าชม ไปทางซ้ายมือ
ถ้ามีบัตร Paris Museum Pass (หรือบัตรผ่านอื่นๆ ) เดินไปทางขวา เข้าชมได้เลย

ขอแนะนำให้ซื้อ Paris Museum Pass ซึ่งมีให้เลือกแบบ 2, 4, 6 วัน
ขาย ณ จุดท่องเที่ยวสำคัญ และตามมิวเซียมเกือบทุกแห่ง
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ที่ เว็บไซท์ http://www.parismuseumpass.com/en/home.php

ในเว็บไซท์จะมีรายชื่อมิวเซียม และพระราชวังแวร์ซายส์ ก็เป็นสถานที่ ที่ใช้บัตรนี้เข้าชมได้ ค่อนข้างคุ้ม เลือกบัตรชนิดจำนวนวันที่ต้องการ เขียนชื่อ และวันเริ่มใช้งานเอง สะดวกมาก ไม่ต้องต่อแถวซื้อบัตรจากแต่ละแห่งอีก

ช่วงระยะที่ไป (Nov 2007) ปิดซ่อมแซม หลายจุด อย่างเช่น อาคารกลางตรงหน้า (บริเวณลานหินอ่อน)
อนุสาวรีย์พระเจ้าหลุยส์ ที่ 14
ผู้ริเริ่มสร้างพระราชวังแห่งนี้ ซึ่งเคยตั้งอยู่ทางด้านหน้าสุด ก็อยู่ในระหว่างซ่อมแซมเช่นกัน

ป้ายแสดงแผนผัง

สถานที่ท่องเที่ยว หรือมิวเซียม แทบทุกแห่ง มักจะจัดเส้นทางให้เดินชม ที่ไม่สับสนนัก มีทางเข้า-ออกทางเดียว ซึ่งหากจะแยกกันเดิน ตามความสนใจ หรือพลัดหลง ก็มารอ ตรงทางเข้า-ออกได้
นอกจากนี้ ก็มีบริการให้เช่าหูฟัง หลายภาษา (ไม่มีภาษาไทย), สมุดไก๊ด์บุ้ค เพื่อเดินชมเอง และของที่ระลึกอีกมากมาย

หอสวดหลวง (the Royal Chapel) บริเวณปีกทิศเหนือของอาคาร ลักษณะห้อง เป็นชั้นลอย สองชั้น เปิดให้ชมชั้นสอง และเดินได้รอบที่ชั้นล่าง

เริ่มสร้าง และตกแต่ง ตั้งแต่ปี คศ 1699-1710 ภายใต้การกำกับดูแลของ Jules Hardouin-Mansart และ Robert de Cotte

ภายในห้องจัดแสดง ส่วนมากค่อนข้างมืด เปิดไฟส่องสว่างเป็นบางจุด ห้ามใช้แฟลชถ่ายภาพ
ช่องทางที่กั้นให้เดิน ไม่กว้างนัก ถ้าเจอกรุ๊ปทัวร์เยอะ ก็แน่นติดกันเป็นแพ

พลาดไม่ได้ โถงกระจกเงา (Hall of Mirrors) ผลงานของ Charles le Brun
ลวดลาย การประดับประดา โคมไฟ ผนัง เพดาน พื้น ล้วนวิจิตรตระการตา

โถงนี้ใช้ในงานพิธีสำคัญๆ หลายอย่าง เช่น เซ็นสนธิสัญญาแวร์ซายส์ สงบศึกสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน คศ 1919

นักท่องเที่ยวถ่ายภาพบริเวณนี้กันเยอะมาก ต้องหาจังหวะดีๆ
เทียนที่เห็น เป็นหลอดไฟฟ้าทั้งหมดแล้ว

ภายใน มีห้องพระบรรทม ห้องหับหลากหลาย และข้าวของเครื่องใช้ ภาพเขียน ศิลปกรรม ที่เก็บอนุรักษ์ไว้ให้ชม

ประติมากรรมพระนางมารี อ็องตัวเน็ตต์

ทางเดินเชื่อมระหว่างอาคาร

จบจากในอาคาร ก็ออกมาชมสวนสวยภายนอก ที่ออกแบบตกแต่งโดย ภูมิสถาปนิก le Notre

ประติมากรรมบรอนซ์ เทพปกรณัมกรีก ยอดนิยม คนมาถ่ายรูปด้วยท่าทางแปลกๆ กันเยอะ จนต้องติดป้ายขอร้อง

น้ำพุ เทวี ลาโทนา (Fountain of goddess Latona)

ข้างหน้าเป็นคลองขุด บริเวณสุดปลายทางจะเป็น พระตำหนักใหญ่ (Grand Tiranon) เป็นที่พักผ่อนส่วนพระองค์ ออกแบบโดย Hardouin-Mansart และ พระ ตำหนักน้อย (Petit Tiranon) ซึ่งสร้างในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 สำหรับ มาดาม เดอ ป็อมปาดัวร์ (Madame de Pompadour) และเป็นสถานที่โปรดปรานของพระนางมารี อ็องตัวเน็ตต์
ต้องเดินไปอีกไกลพอควร

สามารถนำ อาหาร มาปิคนิคนั่งทานมื้อเที่ยง ชื่นชมฤดูกาลธรรมชาติของสวนสวย ท่ามกลางแสงแดดอุ่นๆ ฟ้าสีเข้ม กับสายลมหนาวยะเยียบ

ขณะกำลังจะออกจากวัง (11:41) มองเห็นแถวคนรอซื้อตั๋ว ยาวมากกกกกกกกกกก

หนังสือ “มุดใต้ดินเที่ยวปารีส” เพื่อนเดินทางครั้งนี้ เกาะรั้วพระราชวัง อำลาด้วยอาลัย

โหลไข่หมุน (gumball machine) ก็มีให้บิดที่ปารีสด้วย บริเวณร้านขายของที่ระลึกข้างทาง

นอกจากพระราชวังแวร์ซายส์แล้ว ยังมีสถานที่สำคัญให้เดินชม ตามคำแนะนำจากป้ายที่ติดอยู่บริเวณสถานีรถไฟ

ได้เวลาเดินทางด้วย RER สายเดิม ไปยังจุดหมายต่อไป ที่พลาดไม่ได้ มูซี ดอขเซย์ (Musee d’Orsay) สุดยอดแหล่งรวมภาพวาด impresionism ไว้ได้อย่างมากมาย

(แถมท้าย) ในรถไฟ RER ขากลับ สาวฝรั่ง ติดพันอยู่กับเครื่องเกมส์ นินเท็นโด DS 🙂

หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซท์
http://www.chateauversailles.fr/index.cfm?langue=en
http://en.wikipedia.org/wiki/Palace_of_Versailles

ภาพทั้งหมด ถ่ายด้วยกล้องคอมแพ็ค Sony DSC- T200

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Enter your email address to subscribe to this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 48 other followers

Pages

http://www.panoramio.com/userfeed/738518.rss

รูปภาพเพิ่มเติม
%d bloggers like this: