ผู้หญิง ถูกรุมทำร้าย ที่โรงพักพระโขนง (คุณชลิตา ศิลากุล)

คุณ ชลิตา ศิลากุล จาก thaifreetv.netคุณ ชลิตา ศิลากุล จาก thaifreetv.net
คุณ ชลิตา ศิลากุล จาก thaifreetv.netคุณ ชลิตา ศิลากุล จาก thaifreetv.net

ภาพ capture จาก thaifreetv.net

เมื่อเย็นวันพฤหัส (2 เมษา) ได้เห็นข่าวทีวี รายการ “สรยุทธ เจาะข่าวเด่น: เรื่องเด่นเย็นนี้” คุณ สรยุทธ สุทรรศนะจินดา สัมภาษณ์คุณ ชลิตา ศิลากุล พร้อมภาพถ่ายบาดแผลบนใบหน้า เสื้อผ้าถูกฉีกขาด ถูกกลุ่มคนบุกทำร้าย ถึงโรงพักพระโขนง ในห้องของตำรวจ

คุณ ชลิตา ศิลากุล เพิ่งทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง เกี่ยวกับการจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ได้ออกไปร่วมจับกุมพ่อค้าแผ่นผี พร้อมยึดของกลาง เมื่อมาถึงโรงพัก กลับถูกกลุ่มคนนำกำลังมาแย่งชิงผู้ต้องหา และยึดเอาแผ่นหนังของกลางออกไป อีกทั้งยังมีกลุ่มคนจำนวนมาก ดักล้อมอยู่ข้างล่างของโรงพัก จนคุณ ชลิตา ศิลากุล ไม่สามารถออกไปรักษาตัวได้ ทั้งๆ ที่อยู่บนโรงพัก กับตำรวจ ต้องรออีกหลายชั่วโมง จนตีสี่กว่าๆ

ค้นหาตามเว็บเกี่ยวกับข่าวนี้ แทบไม่เจอ

อึ้งกับคอมเม้นท์ ต่อท้าย (คลิกอ่านเอง)
http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd01EVXdOakl5TURNMU1nPT0=

http://www.internetcafe.in.th/showthread.php?t=645

คัดลอกมาจาก ข่าวสด
วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6688 ข่าวสดรายวัน

แก๊งซีดีผีชิงตัวผู้ต้องหาถึงในสน.
เมื่อ เวลา 14.45 น.วันที่ 21 มี.ค.น.ส.ชลิตา ศิลากุล อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 444/13 หมู่ 13 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี พาร่างอันบอบช้ำตามใบหน้าเข้าร้องเรียนสื่อมวลชน หลังจากถูกกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนรุมทําร้ายร่างกายบริเวณด้านหลังโรงพักสน. พระโขนง พร้อมกับชิงตัวผู้ต้องหาที่ถูกจับในคดีจําหน่ายซีดีเถื่อนไปต่อหน้าต่อตา โดยเจ้าหน้าที่ตํารวจไม่ได้สนใจติดตามจับกุมกลุ่มชายฉกรรจ์ที่รุมทําร้าย และยังปล่อยให้ผู้ต้องหาหลบหนีไปด้วย

น. ส.ชลิตากล่าวว่า ได้รับมอบอำนาจจากบริษัทตรีอมร พลัส จำกัด ซึ่งได้รับมอบอำนาจเรื่องลิขสิทธิ์จากบริษัทค่ายเพลงยักษ์ใหญ่หลายบริษัท ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลา 00.30 น.วันเดียวกันนี้ ตนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 เดินทางไปที่หมู่บ้านยงเจริญ ซ.สุภาพงษ์ 3 ถ.ศรีนครินทร์ แขวงและเขตสวนหลวง กทม. หลังทราบว่ามีตลาดนัดกลางคืนลักลอบนําแผ่นหนังละเมิดลิขสิทธิ์มาวางจําหน่าย สามารถจับกุมผู้ค้าได้ 1 รายพร้อมของกลางแผ่นหนังละเมิดลิขสิทธิ์หลายเรื่อง นําตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง เพื่อดำเนินคดี

น. ส.ชลิตา กล่าวต่อว่า พอนําตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งพนักงานสอบสวนแล้ว พนักงานสอบสวนบอกให้ตนเจรจากับผู้ต้องหาเพื่อตกลงเกี่ยวกับเรื่องค่าเสียหาย กันก่อน ตนจึงพาผู้ต้องหาไปพูดคุย และตรวจนับของกลางบริเวณด้านหลังโรงพัก ระหว่างนับซีดีที่ยึดมาได้อยู่นั้นปรากฏว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนเข้ามารุม ทําร้ายร่างกายตนและชิงตัวผู้ต้องหาไปต่อหน้าต่อตา เลยรีบนําเรื่องแจ้งตํารวจพระโขนงแต่ไม่ได้รับความสนใจ จึงมาร้องเรียนต่อสื่อมวลชนถึงความไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้น

ข่าวคืบหน้าอื่นๆ จาก ข่าวสด http://www.matichon.co.th/khaosod/view_newsonline.php?newsid=TVRJek9EWTJPRFk0T1E9PQ=

ข่าวจาก mcot http://news.mcot.net/crime/inside.php?value=bmlkPTI4MzM3Jm50eXBlPWNsaXA=

จาก มติชน http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1238660240&grpid=03&catid=17

ดูทีวีย้อนหลังได้ที่เว็บ www.thaifreetv.net

วัน ถัดๆ มาจึงจะเจอข่าวจาก นสพ.บ้านเมือง และ นสพ.เดลินิวส์
ท่ามกลาง ข่าวฮอตของการเมืองกรุงเทพฯ เสื้อเหลือง เสื้อแดง มีอยู่แค่นี้ น่าเศร้าใจ

ขอแสดงความเสียใจ และเห็นใจกับคุณชลิตา ศิลากุล ด้วยครับ ที่ถูกทำร้าย แม้กระทั่งบนโรงพัก และมีตำรวจอยู่หลายนาย

Advertisements

12 ความเห็น (+add yours?)

  1. น้ำพุ
    มิ.ย. 12, 2009 @ 14:35:47

    ขอแจ้งอะไรหน่อยนะคะ !!
    คือว่าเรื่องมันยาวแต่จะย่อๆให้ฟังนะค่ะ
    คือวันที่ 11 เดือนมิถุนายน ประมานเวลา เที่ยงกว่าๆ
    หนูและเพื่อนๆชอบไปนั่งเล่นกันตรงสะพานเหล็ก แถวๆ ถนนนวรัฐ
    ก็อาทิตย์หนึ่ง หนูไปประมาน 2-3 ครั้ง
    หนูไปนั่งเล่นแล้วก็เจอเพื่อนๆ เลยนั่งกินเบียร์กัน
    จนเวลา ตี1 กว่าๆ พวกผุ้ชาย
    ประมาน ชาย เกือบๆ 18 คน ส่วน ผุหญิงก็ประมาน 2 คน ทอม อีก 2 คน
    จนเวลาผ่านไป ตี3เศษๆ หนูก็กำลังจะกลับบ้านกัน
    แต่ผู้หญิงในกลุ่มนั่น อยุ่ดีๆก้อมาว่าเพื่อนหนูว่า ” มองหน้ากูพ่อ***หรอ”
    หน้ากูเหมือนหน้าแม่***มั้ง ?
    พวกหนูเลยทำหน้างงๆ แล้วบอกไปว่า เอ๊า… ใครหาเรื่องใครก่อนเนี่ย
    แล้วอยู่ๆทอมที่เปนแฟนผุหญิงที่ด่าพวกหนูก็ลุกขึ้น ต่อยหน้าเพื่อนหนู
    ทั้งๆ ที่ เพื่อนหนูเป็นผู้หญิง ??
    หนูเลยไม่ยอมเลยด่าๆไปมั้ง แต่ผู้ชายพวกนั้น มาจากใหนไม่รู้
    เข้ามาจะรุมต่อยผู้หญิง (หนูมา3คนผู้หญิงหมด) ผู้ชายทำร้ายผู้หญิง ??
    จะเอาขวดเบียร์ฝาดหัวหนูด้วย ผู้ชาย 10+ กว่าคน ผุหญิงอีก ทอมอีก
    โห้ …. โครตเท่อะค่ะ เกือบๆ 20 คน รุมหนู 3 คน
    คือ ที่หนูมาโพสต์ไว้ ก็เพราะว่า ตอนนี้ อยากให้ทุกๆพื้นที่
    ช่วยๆดูแลพวกวัยรุ่นที่ชอบเกาะกลุ่ม
    ตอนนี้รุ้สึกว่า วัยรุ่นพวกนี้จะไม่กลัวตำรวจกันแล้วนะคะเพราะ
    พวกเขาคิดว่า พวกเราเยอะกว่า ตำรวจกลัว ดู สิ !! สังคมไทย
    และตอนนี้ถามหน่อยใครอยากไปเที่ยวมั้งที่สะพานเหล็ก
    สาวขี่รถพานก็แซวแบบน่าเกียด แซวนุ้น แซวนี้
    แล้วไล่หาเรื่องเขาไปกันใหญ่ เหอๆ
    ชักวันนึงสะพานเหล็กจะกลายเป็น สะพานร้าง
    ขอบคุณนะค่ะ ช่วยๆ ดูให้ด้วย ขอบคุณมากๆค่ะ

    (แต่พวกหนูไม่เป็นอะไรมากนะค่ะและไม่เรียกร้องอะไร)

    ขอแค่ไม่อยากให้วัยรุ่นพวกนี้ มั่วสุม กันแค่นั่น

    ตอบกลับ

  2. น้ำพุ
    มิ.ย. 12, 2009 @ 14:36:56

    สะพานเหล็ก เชียงใหม่ นะ ค่ะ

    ตอบกลับ

  3. Anamika Rammana
    มิ.ย. 18, 2011 @ 14:11:07

    เรื่องนี้เป็นเรื่องของดิฉันเองที่เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงค่ะ ดิฉันทำงานตามคนที่คนออกหนังสือสั่งให้ทำ คือคนที่ยืมชื่อดิฉันไปใช้เพื่อออกหนังสือมาให้ทำงานนี้ เรื่องนี้สับซ้อนมาก คนขายซีดีทำผิดจริงๆค่ะ ที่เข้ามาแย่งของกลางออกไปและขายสินค้าละเมิดสิทธิ์ ส่วนดิฉันก็ทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายค่ะ แต่ที่เรื่องมาวุ่นวายต้องออกทีวีหรืออะไรๆก็เพราะคนที่เป็นคนคุมบังเหียนตัวจริงเขาสั่งให้ทำค่ะ

    ตอบกลับ

  4. Anamika Rammana
    มิ.ย. 25, 2011 @ 15:30:15

    ค่ะ เจ็บตัวฟรีค่ะ ดิฉันไม่ได้โกรธไม่โทษใครแต่พอมีเรื่องอะไรๆเข้ามามากมาย ก็ได้เรียนรู้เรื่องของสังคมเรื่องของธุรกิจแบบนี้ไปในตัวค่ะ ต่างคนต่างเหตุผลค่ะ ดิฉันอยากให้เข้าใจกันเห็นอกเห็นใจกันมากกว่าคะ คนขายก็ขายเพราะต้องการมีรายได้ ดิฉันก็เข้าใจคะ แต่ในเมื่อกฏหมายบอกว่ามันผิด เราก็ต้องเคารพกฏหมายนะคะ เราอยู่เหนือกฏหมายไม่ได้ แต่ในกรณีนี้ทางคนขายไม่อยากถูกจับ เลยใช้กฏหมู่ทำร้ายคนอื่นมันก็ไม่ถูกต้องนะคะ ดิฉันไม่ได้เข้าข้างใครนะคะ แต่คนที่ทำงานจริงๆแบบถูกต้องตามกฏหมายแล้วถูกคนอื่นเอาเปรียบแม้ไม่ใช่โดยตรง คนทำงานเขาก็เหนื่อยแล้วก็ท้อนะคะ คนเราก็ต้องเข้าใจและเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันนะคะ ไม่ใช่ต่างฝ่ายต่างคิดเข้าข้างตัวเอง ดิฉันก็ไม่รู้ว่าคนสมัยนี้สังคมตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นหรือคะ ทำไมถึงมองเห็นแต่ผลประโยชน์ส่วนตัวจนลืมนึกถึงความรู้สึกของความเป็นคน สังคมเราก็เลยเสื่อมลงทุกวันทั้งๆที่บ้านเราเคยมีแต่คนที่มีน้ำใจ
    ดิฉันจะพอทราบเหมือนกันนะคะว่า ลิขสิทธิ์บางคนก็ไม่ได้ทำงานตามหน้าที่ บางทีก็ยัดข้อหาให้เขา บางครั้งคนขายเขาก็ไม่รู้จริงๆว่าการขายของละเมิดสิทธิ์นี้มันผิด ทำไมคุณไม่ตักเตือนก่อนหรือตกลงกันแบบประนีประนอมหรือทำตามกฏหมายไป ของแบบนี้ดูที่เจตนาค่ะ บางครั้งเราอาจดูไม่ออกว่าเขาเจตนาขายทั้งๆที่รู้หรือเปล่า แต่ถ้าเขารู้แล้วยังขายอยู่เราก็ไปจับเขาทีหลังได้นี่คะ ดิฉันรู้ว่าทุกคนมีหน้าที่มีค่าใช้จ่ายที่รออยู่ ทำงานก็ต้องมีรายได้แต่ถ้าเราทำอะไรด้วยเหตุผลด้วยหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ เจ้าหน้าที่คนอื่นๆก็คงไม่ต้องเดือดร้อนหรือทำงานยากเย็นขนาดนี้หรอกคะ เห็นใจทั้ง2ฝ่ายนะคะ ดิฉันก็ไม่รู้จะว่ายังไงคะ ทุกคนก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งนั้นคะ ส่วนดิฉันก็ไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับลิขสิทธิ์แล้วคะ ตอนทำงานลิขสิทธิ์ดิฉันก็คิดแค่ว่ามันเป็นหน้าที่คะ ไม่เคยรู้หรอกคะว่ามันจะเป็นยังไงบ้าง จนมาเจอกับตัวเองถึงได้เรียนรู้อะไรๆเข้าใจเรื่องของงานและธุรกิจแบบนี้ ดิฉันไม่อยากยุ่งอีกเลยคะ สงสารทั้งคนทำหนังคนอื่นๆที่ทำงานจริงๆ สงสารทั้งคนขายที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรแล้วถูกจับ แต่ถ้าคนขายๆทั้งๆที่รู้แบบนี้ก็ขอร้องล่ะนะคะว่าอย่าทำอะไรรุนแรงแบบนี้อีกเลยนะคะ คุยกันดีๆก็ได้นะคะ ในเมื่อเลือกที่จะขายทั้งทั้งที่ก็รู้ความผิดอยู่แล้ว คนขายก็ต้องเข้าใจธรรมชาติของวงจรของมันนะคะ บางทีก็ ชิวๆบ้างอะไรบ้าง ให้ทุกคนในสังคมไทยเราอยู่ได้อย่างมีความสุขนะคะ

    ตอบกลับ

  5. Anamika Rammana
    มิ.ย. 25, 2011 @ 16:00:53

    ขอขอบพระคุณพี่ๆ ที่สถานีโทรทัศน์ พี่ๆ นักข่าวทุกคน คณะรัฐมนตรีในสภาทุกท่าน แม่ค้าพ่อค้า และพี่ๆ ลิขสิทธิ์ทุกคน คุณหมอที่รักษาดิฉัน คุณตำรวจดีๆ และทุกคนๆ ที่เกี่ยวข้องดิฉันทุกคนนะคะ ที่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือดูแลดิฉันๆ อยากขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะคะ อย่างน้อยดิฉันก็รู้สึกว่าในความโชคร้าย ในสังคมที่มีแต่การต่อสู้แข่งขันกัน ก็ยังมีน้ำใจดีๆ ความงดงามของหัวใจของคนดีๆ ที่เหลืออยู่ ให้เราได้จดจำ

    ตอบกลับ

  6. Anamika Rammana
    มิ.ย. 25, 2011 @ 16:02:33

    ชั่ววูบ
    คนบางคน เปลี่ยนอะไรได้ตามใจต้องการ โดยไม่แคร์ความรู้สึกของคนอื่น คนอีกคน เลือกที่จะแคร์ความรู้สึกของทุกคน โดยไม่สนใจว่าตัวเองจะเป็นยังไง ทำเพื่อคนอื่นมากมาย แต่ก็ยังรู้สึกขาดอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่เลือกที่จะนำมาเติมเต็มความต้องการของเค้านั้น มันยากเหลือเกินที่จะเข้าถึง เค้าจึงต้องกักเก็บความรู้สึกเจ็บปวดเอาไว้ อยากระบายออกมาให้ใครสักคนได้รับรู้ แต่ว่าปากมันก็ช่างหนัก จะพูดออกมาแต่ละคำ ช่างยากเย็นเหลือเกิน เค้ารู้สึกกลัว กลัวว่าทุกคนจะหัวเราะเยาะในสิ่งที่เค้าเป็น แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เค้าต้องการ ในขณะที่คนแรกก็ยังคงดำเนินชีวิตไปด้วยความสุข แต่เค้ากลับไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่าความสุขที่เค้าได้มานั้น มันแลกมาด้วยหยดน้ำตาของใครหลาย ๆ คน เค้าเองไม่เคยรู้ว่าทำให้ใครต้องเสียใจ
    เป็นบทความของลูกแกะตัวที่3 ที่ส่งมาให้ได้อ่านกันคะ

    ตอบกลับ

    • kajarp
      มิ.ย. 25, 2011 @ 18:47:24

      เป็นกำลังใจให้นะครับ
      – ตอนเป็นข่าว มีท่อนนึง ที่เหมือนกับว่า โดนทำร้ายบนโรงพัก ตำรวจช่วยอะไรไม่ได้…
      เพราะอะไรหรือครับ?

      – ตอนนี้ไปทำงานอะไรอยู่ครับ?

      – จดบันทึกเก็บลง blog ไว้ก็ดีนะครับ
      เก็บไว้อ่านได้นานๆ

  7. Anamika Rammana
    มิ.ย. 26, 2011 @ 01:51:44

    ขอบคุณค่ะ
    หนูต้องขอโทษพี่ด้วยนะคะ หนูไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีกแล้วคะ เพราะการที่หนูพูดไปก็เหมือนกับการแก้ตัวหรือเข้าข้างตัวเองหรือเป็นการมองในมุมของตัวหนูเองฝ่ายเดียวเปล่าๆคะ หนูอยากให้พี่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นจริงๆคะ พี่จะได้เข้าใจ เรื่องนี้มันอยู่ที่ว่าใครคิดยังไงมากกว่าคะ ทุกคนมีเหตุผลมีมุมมองที่ต่างกันคะ ไม่มีใครสามารถตัดสินได้หรอกนะคะว่าความคิดของใครจะผืดหรือถูก หนูว่าไม่มีใครเป็นอะไรมากกว่านี้ทั้ง2ฝ่าย ก็ดีแล้วคะ
    ขอบคุณพี่อีกครั้งนะคะ ขอบคุณพี่ๆทุกคนจากใจจริงคะ

    ตอบกลับ

  8. Anamika Rammana
    มิ.ย. 27, 2011 @ 03:00:34

    หนูก็อยากเก็บไว้อ่านและทำตามอย่างที่พี่บอกนะคะ แต่หนูไม่เก่งคอมค่ะ ใช้คอมได้บ้างแต่ไม่ได้รู้ลึกซึ้งเรื่องการใช้เทคโนโลยีเท่าไหร่คะ เสียดายจังเลยนะคะ ขอบคุณพี่มากนะคะ
    พี่เก่งจังเลยนะคะ

    ตอบกลับ

    • kajarp
      มิ.ย. 30, 2011 @ 11:19:28

      สมัครที่ wordpress.com ครับ
      การเขียน เหมือนใช้ MS Word ไม่ยากครับ

      ชีวิต คือ การเรียนรู้

  9. Anamika Rammana
    ส.ค. 09, 2011 @ 12:19:51

    ขอโทษที่ไม่รับแอดนะคะ หนูอายที่จะให้พี่รับรู้ความทุเรศในชีวิตหนู หนูเห็นประวัติพี่แล้วหนูถึงกับอึ้ง เหมือนกับเราต่างกันมากเลยนะคะ หนูคนโง่ๆกับที่พี่เก่งจนหนูอายที่จะรับแอดพี่ หนูขอโทษนะคะ พี่อุตส่าห์ให้เกียรติหนู ขอบคุณสำหรับกำลังใจคะ

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Enter your email address to subscribe to this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 48 other followers

Pages

http://www.panoramio.com/userfeed/738518.rss

%d bloggers like this: