Gray Card ใช้ยังไงหว่า?


myself & Gray Card
เกรย์การ์ด ไว้ใช้ บังแดด นั่นเอง

วันนี้ ไปรับกล้อง Nikon D90 คืนจาก Niks (Thailand) ด้วยเหตุที่ พอเสียบอุปกรณ์ GPS GP-1 กล้องเห็นบ้างไม่เห็นบ้าง ซ่อมฟรี เสร็จในเวลาอันรวดเร็ว (24 ชม.) รู้สึกว่าทางร้านจะเปลี่ยนพอร์ตจีพีเอสในตัวกล้อง (ยังอยู่ในประกัน ถึงมีนาคมนี้) ประกอบกับ ฉกแผ่น Kodak Gray Card (แผ่นการ์ดเทากลาง สะท้อนแสง 18%) ของน้อง มาลองเล่นดู ไม่รู้ว่าใช้ยังไง

ทุกทีที่ถ่ายรูปมา บางภาพก็มืดไป บางภาพก็สว่างไป ส่วนมากจึงต้องใช้ โฟโต้ช็อป ปรับ Auto Level หรือ Auto Tone (กด Shift+Ctrl+L) อีกหนึ่งที ถ้าเป็นโปรแกรม ACDSee ก็กด Auto Exposure เพื่อให้ได้ความสว่างที่ถูกต้อง ก็เลยสงสัยว่า ทำไมในกล้องไม่ติดตั้งโปรแกรม ปรับลีเวลอัตโนมัติ มาให้เลยนะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลา เอาไฟล์ภาพมาผ่านโปรแกรม

หรือจริงๆ แล้ว เราวัดแสงไม่เป็น? วัดผิดตำแหน่ง? หรือ ปรับ White Balance ผิด?

คราวนี้จะได้ลองใช้ Gray Card ซักที


เกรย์การ์ด กลายเป็นสีขาว ซะแระ
ถ่ายปกติ แล้ว adjust Level ไปเรื่อย ตามใจปรารถนา

จากที่เคยอ่านเจอ ระบบวัดแสงของกล้อง จะคำนวน จุดที่เราวัดแสงในภาพว่า สะท้อนแสงกลับมา (reflectance) เท่ากับ เทา 18% (ตามหลักสถิติศาสตร์การบัญชี และหลักความน่าจะเป็น)

ถ้าวัดแสงที่กระดาษขาว กล้องก็จะคิดว่า จุดนั้นเท่ากับเทา 18% ภาพที่ได้ กลายเป็นภาพกระดาษสีเทา ไม่ขาวจัด
ถ้าวัดแสงที่กระดาษดำ กล้องก็จะคิดว่า จุดนั้นเท่ากับเทา 18% ภาพที่ได้ กลายเป็นภาพกระดาษสีเทา ไม่ดำสนิท
แปลว่า…
หากต้องการภาพกระดาษขาว หรือหิมะสีขาว ให้ กดปุ่มชดเชยแสงเพิ่มไปทางบวก (Exposure compensation)
หากต้องการภาพถ่ายกระดาษดำ ให้ กดปุ่มชดเชยแสงไปทางลบ

ซึ่งถ้าเป็นการถ่ายภาพคน (ชาติพันธุ์ไหนล่ะ) สีผิวใบหน้า ในสภาพแสงทั่วไป ก็คงใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย เทา 18%

พอดีว่าช่วงเย็น แสงจากดวงอาทิตย์สีส้ม สาดเข้ามาในออฟฟิศ (อีกละ)
จึงได้ใช้ประโยชน์จาก Gray Card เอามาบังแดดซ้า (เฮ้ยยยย)


ใช้บังตา
ภาพที่ได้จากกล้องโดยตรง (ซ้าย) เทียบกับภาพที่ปรับ Auto Level (ขวา)

ภาพทั้งหมด ถ่ายที่เวลาประมาณ 17:47 – 17:52 พระอาทิตย์กำลังตก แสงเป็นสีส้ม
ISO 640, Auto White Balance
Aperture Priority, f-number = f/4.5
focal length DX format: 18 mm



ใช้บังหน้า
ภาพที่ได้จากกล้องโดยตรง (ซ้าย) เทียบกับภาพที่ปรับ Auto Level (ขวา)

ภาพที่ได้จากกล้องโดยตรง วางไว้ทางซีกซ้าย แล้วใช้โปรแกรมโฟโต้ช็อป ปรับ ออโต้ลีเวล วางภาพทางซีกขวา เพื่อเปรียบเทียบ ตอนถ่ายก็ต้องบอกกล้องด้วยว่า ให้วัดแสง Gray Card ตรงส่วนที่ถูกแสง หรือส่วนที่ไม่ถูกแสง (แต่ภาพทั้งหมดนี้ถ่ายตามยถากรรม เพราะยกมือถ่ายตัวเอง ไม่ได้เล็งผ่านกล้อง ดูสีจาก Gray Card แล้วก็คงถูกต้องดี ภาพไม่สว่างไป หรือมืดไป)

จะเห็นว่า โปรแกรมโฟโต้ช็อป ปรับแก้ไขสีทั้งภาพ (บริเวณตรงนิ้วมืออมฟ้านิดหน่อย)


ตามองกล้อง
ภาพที่ได้จากกล้องโดยตรง (ซ้าย) เทียบกับภาพที่ปรับ Auto Level (ขวา)

แล้วควรจะใช้ภาพไหนดีหว่า?
เหตุการณ์เรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า “จงไปหาหนังสืออ่านกันเถิด ว่า วัดแสงยังไงกัน เพราะข้าพเจ้าก็มั่วๆ อยู่”

Note: แผ่น Kodak Gray Card R-27 คือ กระดาษแข็ง ด้านหนึ่งเป็นสีเทากลาง (middle gray ไม่ใช่สีเทา 18%) มีความสามารถสะท้อนแสงปกติที่ตามองเห็น กลับมาเข้ากล้อง (reflectance) วัดค่าได้เท่ากับ เทา 18% , กระดาษอีกด้านหนึ่งเป็นสีขาว สะท้อนแสงกลับมาที่ 90%
คนละเรื่องกับ สีเทา 18% (BL18) บนสิ่งพิมพ์
เมื่อใช้โฟโต้ช็อป เทียบกับมาตราวัดหน่วยชนิดอื่นๆ ได้ค่าตัวเลข ดังนี้
HSB :: H=212°, S=1%, B=85%
Lab :: L=86, a=0, b=-1
RGB 256 :: R=213, G=215, B=216
RGB Hex :: #d5d7d8

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ wikipedia เรื่อง Gray CardHighlight (clipping), Exposure Value (EV)



ใครถ่ายให้เนี่ย? ตาเหลือก…

Advertisements

2 ความเห็น (+add yours?)

  1. loptar
    ก.พ. 27, 2010 @ 21:20:00

    เอาแบบที่ผมใช้อยู่น่ะ เทา 18 เปอร์เซ็นต์เป็นสีที่เครื่องวัดแสงใช้อ้างอิงแสงที่พอดี ถ้าในฉากนั้น วัดแสงไปที่แผ่นเทา 18 เปอร์เซ็นต์ได้ค่าเท่าไหร่ นั่นคือเราวัดแสงพอดี แสงตกลงที่ฉากนั้นมีปริมาณพอดี (ตามที่เครื่องวัดแสงใช้อ้างอิง – นี่เป็นวิทยาศาสตร์) ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า ฉากนั้นเราคิดว่าแสงควรจะมากกว่า หรือน้อยกว่านั้น เพื่อผลด้านความงามที่เราต้องการให้เป็น (ส่วนนี้เป็นศิลปะแล้วครับ) ส่วนที่ถ่ายมา สีออกโทนอุ่นบ้าง เย็นบ้าง นั่นไม่เกี่ยวกับเทา 18 เปอร์เซ็นต์แล้วครับ นั่นเป็นความเพี้ยนที่เลนส์ ที่ฟิล์ม ที่ ccd หรือซอฟท์แวร์ประมวลผลภาพ ทั้งหลายทั้งปวงนั่น

    just my 2 cents

    ตอบกลับ

  2. kajarp
    ก.พ. 27, 2010 @ 21:29:42

    loptar :

    เอาแบบที่ผมใช้อยู่น่ะ เทา 18 เปอร์เซ็นต์เป็นสีที่เครื่องวัดแสงใช้อ้างอิงแสงที่พอดี ถ้าในฉากนั้น วัดแสงไปที่แผ่นเทา 18 เปอร์เซ็นต์ได้ค่าเท่าไหร่ นั่นคือเราวัดแสงพอดี แสงตกลงที่ฉากนั้นมีปริมาณพอดี (ตามที่เครื่องวัดแสงใช้อ้างอิง – นี่เป็นวิทยาศาสตร์) ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า ฉากนั้นเราคิดว่าแสงควรจะมากกว่า หรือน้อยกว่านั้น เพื่อผลด้านความงามที่เราต้องการให้เป็น (ส่วนนี้เป็นศิลปะแล้วครับ) ส่วนที่ถ่ายมา สีออกโทนอุ่นบ้าง เย็นบ้าง นั่นไม่เกี่ยวกับเทา 18 เปอร์เซ็นต์แล้วครับ นั่นเป็นความเพี้ยนที่เลนส์ ที่ฟิล์ม ที่ ccd หรือซอฟท์แวร์ประมวลผลภาพ ทั้งหลายทั้งปวงนั่น

    just my 2 cents

    ขอบคุณมากๆ ครับ แฮ่ๆๆๆ

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Enter your email address to subscribe to this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 49 other followers

Pages

http://www.panoramio.com/userfeed/738518.rss

รูปภาพเพิ่มเติม
%d bloggers like this: